วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

เข้าร่วมกิจกรรมการอบรมกลุ่มที่ 3

 กลุ่มที่ 3 อบรมในหัวข้อ “การประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย ทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและประสามสัมพันธ์ของเด็กปฐมวัย”

รูปภาพการเข้าร่วมกิจกรรม

องค์ความรู้ที่ได้รับ
พัฒนาการของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก
          พัฒนาการ ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยนั้นจะมีพัฒนาการเป็นไปอย่างระบบตามช่วงอายุ เด็กในแต่ละวัย โดยจะพัฒนาจากนิ้วมือ ต้นแขน และไปสู่ปลายแขน ตามลำดับ โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ สอดคล้องกับการใช้กล้ามเนื้อมือ
หลักการประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย
            การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและความสามารถของเด็กในด้านต่างๆ ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง แล้วนำมาเรียบเรียงอย่างเป็นระบบเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเกี่ยวกับเด็กหรือการจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการจัดประสบการณ์ตามปกติในกิจวัตรประจำวัน ครูที่ประเมินอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบจะสามารถใช้หลักสูตรและจัดประสบการณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัย และความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก 
           การประเมินที่ครอบคลุมทั้งพัฒนาการด้านความสามารถในการใช้มือ นิ้วมือ และการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา โดยใช้วิธีการประเมินที่หลากหลายคือ การสังเกต การสัมภาษณ์การสะสมผลงาน และการใช้แบบทดสอบซึ่งในการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัยควรใช้วิธีการประเมินที่ดำเนินควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมเป็นการประเมินผลตามสภาพจริง เพื่อให้ทราบถึง
พัฒนาการและความก้าวหน้าที่แท้จริงของเด็ก เพื่อนำผลไปเป็นข้อมูลในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับการพัฒนาเด็กต่อไป
เทคนิคและวิธีการประเมินพัฒนาการด้านร่างกายกล้ามเนื้อมัดเล็ก
          การวัดผลและประเมินผลพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย สามารถใช้วิธีการต่างๆ ได้หลาย รูปแบบ การรวบรวมข้อมูลขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภทของข้อมูลที่ต้องการวิรีการที่เหมาะสมและนิยมใช้ ในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยแนวใหม่ มีด้วยกันหลายวิธีดังต่อไปนี้ 
            1. การสังเกต (Ovservation) การสังเกตจึงเป็นวิธีการที่ครูส่วนใหญ่ใช้ในการวัดและ ประเมินผล ดามสภาพจริงที่เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการด้วยการ เฝ้าดูพฤติกรรมที่แสดงออกตามธรรมชาติโดย ไม่รู้ตัว แล้วจัดบันทึกพฤติกรรมที่สังเกตได้ลงในแบบฟอร์ม 
            2. การสังเกตโดยอ้อม (Indirect obscrvation) เป็นการสังเกตที่ผู้สังเกตไม่ได้ฝ้าสังเกตดู พฤติกรรมต่างๆด้วยตนเอง แต่อาศัยการถ่ายทอดจากผู้อื่นเล่าพฤติกรรมของผู้ถูกสังเกตให้ผู้สังเกตฟัง หรือ อาศัยข้อมูลจากเครื่องมือต่างๆ
         3. แบบบันทึก (Aneedotal records) แบบบันทึก เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ใช้ในการบันทึก พฤติกรรมหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งๆ เช่น บันทึกการพัฒนาของ เด็ก บันทึกการเจริญเติบโตของเด็ก เป็นต้น 
            4. การใช้แบบทดสอบ (Test)แบบทดสอบในระดับอนุบาลแบ่งออกได้เป็น ประเภท คือ 
                        1.แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น (Teacher -made) 
                        2.แบบทดสอบมาตรฐาน (Standardized test) 
            5. การใช้แบบประเมินพัฒนาการ หรือแบบตรวจสอบรายการ (Checklist) แบบตรวจสอบ รายการ เป็นชุดของข้อความที่แสดงรายการ หรือพฤติกรรมของเด็ก เพื่อให้ครูทำการตรวจสอบหรือสำรวจดู ว่าราชการหรือพฤติกรรมที่ต้องการสำรวงมีอยู่หรือไม่ แบบตรวจสอบรายการ 
            6. แฟ้มสะสมงาน (Portfolio)แฟ้มสะสมงาน คือ การรวบรวมผลงานของเด็กปฐมวัยอย่างมี จุดมุ่งหมาย แสดงให้เห็นถึงความพยายาม ความก้าวหน้า ทักษะและพัฒนาการ ดลอดจนความสำเร็จของเด็ก ในค้านใดค้านหนึ่งหรือหลายๆด้าน
            7. การสัมภาษณ์(interview)เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนอาจเกิดขึ้นระหว่างครูเด็กครู ผู้ปกครอง จะได้ผลดีถ้ามีความคุ้นเคยกัน มีประ โยชน์ในการทำความเข้าใจเด็กแบ่งเป็น ประเภทคือ 
                        1.การสัมภาษณ์แบบมี โครงสร้าง 
                        2.การสัมภาษณ์แบบไม่มีไครงสร้างหรือไม่เป็นทางการ
                        3.การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง
            8. การเขียนบันทึกเกี่ยวกับตัวเด็ก (Anecdotes) เป็นการเขียนเรื่องราวสั้นๆเกี่ยวกับตัวเด็กจาก เหตุการณ์ที่มีความหมายต่อครูและเด็ก ครูอาจสังเกตจนกระทั่งเหตุการณ์ผ่านพ้นไปจึงจดบันทึกหรือบันทึก ย่อๆ ขณะสังเกต

รูปภาพการทำกิจกรรม



เข้าร่วมกิจกรรมการอบรมกลุ่มที่ 2

 กลุ่มที่ 2 อบรมในหัวข้อ “ การประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย (กล้ามเนื้อมัดใหญ่) ของเด็กปฐมวัยการนำเสนอเทคนิควิธี เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน”

รูปภาพการเข้าร่วมกิจกรรม

องค์ความรู้ที่ได้รับ
พัฒนาการด้านร่างกายของแต่ละช่วงวัย(กล้ามเนื้อมัดใหญ่)
พัฒนาการด้านร่างกายนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ
1. พัฒนาการทางด้านปริมาณ ได้แก่ การเจริญเติบโตทางด้านร่างกาย เช่น ส่วนสูง ตัวโตขึ้น และมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น
2. พัฒนาการทางด้านคุณภาพ ได้แก่ ความสามารถในการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ เช่น การนั่ง การยืน การเดิน การวิ่ง และการกระโดด
กล้ามเนื้อมัดใหญ่ หมายถึง กล้ามเนื้อลายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวเช่นกล้ามเนื้อศีรษะและลำคอกล้ามเนื้อส่วนลำตัวกล้ามเนื้อส่วนขาและกล้ามเนื้อส่วนแขน
ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ หมายถึง ความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายซึ่งเริ่มจากศีรษะสู่ปลายเท้าจากลำตัวไปยังแขนมือและนิ้วจากสะโพกไปยังขาจนปลายเท้ามี ลักษณะพัฒนาการที่สำคัญ 8 ประการ คือ การเดินสลับเท้าขึ้น - ลงบันได การวิ่งการกระโดดสองขาข้ามสิ่งกีดขวาง การก้าวกระโดด การถีบจักรยานสามล้อ การปีนป่าย การขว้างหรือโยนของเหนือศีรษะและรับของที่คนอื่นโยนให้
การประเมินพฤติกรรมด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็กปฐมวัย
การประเมินพัฒนาการเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ควรประเมินให้ครอบคลุมครบทุกช่วงอายุ เพราะช่วงวัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว อีกทั้งมีความเสี่ยงต่อสภาพความผิดปกติต่างๆ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดู ควรสังเกตพัฒนาการเด็ก

โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล หากพบความผิดปกติ ต้องรีบพาไปพบแพทย์หรือผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก เพื่อหาทางแก้ไขหรือบำบัด ฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด หลักการประเมินพัฒนาการ มีดังนี้(หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 : 20)

1. ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกด้าน

2. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง

3. ประเมินด้วยวิธีการที่หลากหลาย ซึ่งวิธีการประเมินที่เหมาะสมกับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี มีการสังเกตพฤติกรรมของเด็กในกิจกรรมต่างๆ และกิจวัตรประจำวัน การบันทึกพฤติกรรม การสนทนา การสัมภาษณ์เด็กและผู้ใกล้ชิด และการวิเคราะห์ข้อมูลจากผลงานเด็กสำหรับวิธีการประเมินที่เหมาะสมและควรใช้กับเด็กอายุ 3 - 6 ปี ได้แก่ การสังเกต การบันทึกพฤติกรรม การสนทนากับเด็ก การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลจากผลงานเด็กที่เก็บอย่างมีระบบ

4. บันทึกพัฒนาการลงในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (เล่มสีชมพู) และใช้คู่มือการเฝ้าระวัง

และส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข หรือของหน่วยงานอื่น

5. นำผลที่ได้จากการประเมินพัฒนาการไปพิจารณาจัดกิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้และมีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย


รูปภาพการทำกิจกรรม




แบบฝึกหัด เทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย


แบบฝึกหัด เทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย


1.จงเขียนแสดงความคิดเห็นที่มีต่อพฤติกรรมซึ่งได้บันทึกไว้ และเขียนสรุปว่าเด็กมีพัฒนาการอย่างไร
 ตอบ   น้องฟางมีพัฒนาการด้านร่างกายพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นคือ น้องฟางมีการใช้กล้ามเนื้อมือในการต่อบล็อกและน้องฟางเดินไปเล่นกับเพื่อนอีก 4 คนในสนามปีนป่าย น้องฟางได้บอกคุณครูให้พาน้องฟางขึ้นบนหลังกวาง น้องฟางใช้มือทั้งสองข้างจับเขากวางเพราะอาจจะกลัวตกจากกวาง และเรียกให้เพื่อนมานั่งด้วย น้องครีมดูเหมือนกำลังจะตก น้องฟางได้บอกคุณครู น้องฟางมีการใช้ความคิด ช่างสังเกต รู้จักความระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น รู้จักแก้ปัญหา

2.จงอธิบายว่า แบบบันทึกพฤติกรรม อย่างเป็นระบบบ่งออกเป็นกี่ขั้นตอน มีอะไรบ้าง
ตอบ    องค์ประกอบของการบันทึกพฤติกรรมมี 3 ขั้นตอน ได้แก่
- บรรยายเหตุการณ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น
- ความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตัว
- การตีความหมายแปลความหมาย

จากการศึกษาแบบสัมภาษณ์ ให้นักศึกษาตอบคำถามต่อไปนี้
1.จงอธิบายสรุปพัฒนาการของเด็ก ที่พบจากการสัมภาษณ์ในครั้งนี้การสัมภาษณ์
ตอบ   น้องแคทมีการตอบสนองในการสัมภาษณ์สามารถรับรู้ประมวลผลคำถามจากการสัมภาษณ์ได้อย่างคล่องแคล่วและตอบคำถามจากประสบการณ์การใช้ความคิดความจำและบอกเหตุผลได้ แสดงให้เห็นถึงการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น
2.สรุปพัฒนาการของเด็กในชั้นเรียนอย่างน้อย1คน 
ตอบ   เด็กหญิงบุษราคัม สามารถสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจได้ในระหว่างที่สนทนาเรื่องธรรมชาติ มีการใช้ภาษาสื่อสารที่เป็นภาษาถิ่นผสมกับภาษากลาง บุษราคัมได้พูดถึงพ่อของเขาไปจับตั๊กแตน และบอกว่านำมาทำเป็นอาหารได้ แสดงให้เห็นว่ามีความเข้าใจเรื่องธรรมชาติพบเจอกับธรรมชาติบ่อยมีการรับรู้ถึงเรื่องราวบทสนทนาในชั้นเรียน












 

 


เข้าร่วมกิจกรรมการอบรมกลุ่มที่ 1

กลุ่มที่ 1 อบรมในหัวข้อ “การประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย : สุขภาพอนามัย (การเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ สุขนิสัย)”

รูปภาพการเข้าร่วมกิจกรรม

องค์ความรู้ที่ได้รับ
พัฒนาการของเด็กปฐมวัย
พัฒนาการคือ กระบวนการเปลี่ยนแปลงลักษณะและพฤติกรรมที่มีทิศทางและรูปแบบที่แน่นอน จากช่วงระยะเวลาหนึ่งไปสู่อีกระยะหนึ่งผ่านกระบวนการเรียนรู้ จนสู่วุฒิภาวะซึ่งก็คือการบรรลุถึงขั้นการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ของบุคคลในระยะใดระยะหนึ่งและพร้อมที่จะทํา กิจกรรมอย่างนั้นทํา ให้เพิ่มความสามารถของบุคคลให้ทํา หน้าที่ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถทํา หน้าที่ที่สลับซับซ้อนยุ่งยากได้ตลอดจนเพิ่มทักษะใหม่และความสามารถในการปรับตัวต่อภาวะใหม่ของบุคคลผู้นั้น
ภาวะสุขภาพ
หมายถึง การดํารงชีพของบุคคลอย่างมีสุขทั้งกาย และ จิตใจอาจกล่าวได้ว่ามิใช่เพียงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บแต่รวมถึงการมีชีวิตที่มีร่างกายแข็งแรง จิตแข็งแรง มีความสุขอยู่ในสังคม โลกในปัจจุบัน
การเจริญเติบโตและพัฒนาการ
เด็กวัย 3-6 ปีอยู่ในระยะเด็กวัยก่อนเรียนหรือวัยอนุบาล(preschool)เป็นวัยที่เรียรีนรู้สิ่งแวดล้อมได้มาก พัฒนาการด้านต่าง ๆ ก้าวหน้าขึ้นมากและมีสังคมกว้างขึ้นจากเดิมที่อยู่กับพ่อแม่เป็นหลักเป็นการอยู่ร่วมกับครูและเพื่อนที่โรงเรียนดังนั้น ครูจึงเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มีความสําคัญในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กวัยนี้ นอกเหนือจากพ่อแม่หรือบุคคลใกล้ชิดในครอบครัว

การประเมินการเจริญเติบโตของเด็ก

การเติบโต (growth) หมายถึงการเปลี่ยนแปลงด้านขนาดของร่างกาย และอวัยวะซึ่งเกิดจากการ เพิ่มจำนวนเซลล์ การเพิ่มขนาดของเซลล์และ matrix จึงสามารถประเมินการเติบโตได้โดยการชั่งน้ำหนัก วัดความยาวหรือส่วนสูง ความหนาเส้นรอบวง เปรียบเทียบ สัดส่วน และจำนวนฟัน เป็นต้น

การรวบรวมข้อมูลด้านการเจริญเติบโตของเด็กทำได้ทั้งจากการซักประวัติ และการประเมิน การ

เจริญเติบโตของเด็ก

1.1 การซักประวัติการเจริญเติบโต

1.2 การประเมินการเจริญเติบโต และการแปลผล ดัชนีของการเจริญเติบโตในเด็กที่ใช้ทั่วไป

การประเมินด้านพัฒนาการ

การประเมินพัฒนาการ หมายถึง กระบวนการศึกษาข้อมูลคุณลักษณะหรือความสามารถในด้านต่างๆของเด็กเล็กในแต่ละช่วงวัย

การประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาของเด็กโดยถือเป็นกระบวนการต่อเนื่อง และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมปกติที่จัดให้เด็กในแต่ละวัน ควรยึดหลักดังนี้

1. ประเมินพัฒนาการของเด็กครบถ้วนทุกด้านและนำผลมาพัฒนาเด็ก

2. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี

3. สภาพการประเมินควรมีลักษณะเช่นเดียวกับการปฏิบัติกิจกรรมประจำวัน

4. ประเมินอย่างเป็นระบบ มีการวางแผน เลือกใช้เครื่องมือและจดบันทึก

5. ประเมินตามสภาพจริงด้วยวิธีการหลากหลายเหมาะกับเด็กรวมทั้งใช้แหล่งข้อมูลหลายๆ ด้าน

การประเมินด้านพัฒนาการภาวะสุขภาพ

สุขภาพอนามัย เป็นตัวชี้วัดที่แสดงคุณภาพชีวิตของเด็ก โดยการพิจารณาความสะอาด สิ่งผิดปกติ

ของร่างกายที่จะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและการเจริญเติบโตของเด็กในการประเมินครั้งนี้จะประเมินสุขภาพ

อนามัย 9 รายการ

รายการประเมินสุขภาพอนามัย

1. ผมและศีรษะ

2. หูและใบหู

3. มือและเล็บมือ

4. เท้าและเล็บเท้า

5. ปาก ลิ้น และฟัน

6. จมูก

7. ตา

8. ผิวหนังและใบหน้า

9. เสื้อผ้า

เกณฑ์การประเมินมี 3 ระดับ

ระดับ 3 สะอาด

ระดับ 2 พอใช้

ระดับ 1 ปรับปรุง / สกปรก


รูปภาพการทำกิจกรรม








รายงานนำเสนอความรู้ที่ได้จากการศึกษางานวิจัยหลักการ แนวคิดและเทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

รายงานนำเสนอความรู้ที่ได้จากการศึกษางานวิจัย
หลักการ แนวคิดและเทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

ฝึกปฏิบัติ การศึกษาค้นคว้างานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสืบค้นข้อมูล และจัดทำรายงาน
นำเสนอความรู้ที่ได้จากการศึกษางานวิจัย













กลุ่มที่ 12 ปัญญา : พหุปัญญา


ผลการทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนการเรียนรู้
ในหัวข้อ "การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา : พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย
หลักการและวิธีการประเมิน การนำเสนอเครื่องมือใช้ในการประเมิน"
📅 วันอังคาร ที่ 19 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2566
เวลา 18:15 - 19.15 น. ระยะเวลาในการทำกิจกรรม 1 ชั่วโมง
ช่องทางออนไลน์ Google Meet

รายงานการประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา : พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย
หลักการและวิธีการประเมิน การนำเสนอเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน


โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์/แผนการดำเนินงานการอบรบ
ในหัวข้อ : การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา : พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย
หลักการและวิธีการประเมิน การนำเสนอเครื่องมือที่ใช้ใน



ชุดความรู้การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา " พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย"


วิทยากรที่ให้ความรู้


Slide ประกอบการนำเสนอ
ในหัวข้อ : การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา : พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย
หลักการและวิธีการประเมิน การนำเสนอเครื่องมือที่ใช้ใน

รวมรายงานและแผนงานต่าง ๆ ในการจัดอบรบ



Portfolio แฟ้มสะสมผลงาน


























 

แบบประเมิน Blog

  แบบประเมิน Blog คำชี้แจง : การประเมิน Blog ชิ้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย (EECE621304) เพื่อเป็นการแลกเปล...