วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

เข้าร่วมกิจกรรมการอบรมกลุ่มที่ 7

 กลุ่มที่ 7 อบรมในหัวข้อ “การประเมินพัฒนาการด้านปัญญา ทักษะการคิดและการคิดแบบต่างๆของเด็กปฐมวัยการนํา เสนอเทคนิควิธีและ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน”

รูปภาพการเข้าร่วมกิจกรรม

องค์ความรู้ที่ได้
ทักษะการคิดสำหรับเด็กปฐมวัย
      การคิดเป็นศักยภาพอย่างหนึ่งของมนุษย์ทุกคนสามารถที่จะคิดหาหนทางเพื่อตอบสนอง ความต้องการพื้นฐานของตน และอาจจะคิดสูงไปกว่าในเรื่องของสิ่งเรานี้ เช่น การคิดเพื่อหนทางใน การแก้ปัญหา การคิดเพื่อตอบสนองความอยากรู้อยากเห็น การคิดเพื่อหาเหตุผล และการคิดเพื่อ แสดงถึงภาวะทางด้านต่างๆ เป็นต้น 
ประเภทของการคิด
      1.ทักษะการคิดพื้นฐาน (Basic Thinking Skills) แบ่งเป็นทักษะการสื่อความหมาย และทักษะการคิดที่เป็นแกนหรือทักษะการคิดทั่วไป
      2. ทักษะการคิดขั้นสูงหรือทักษะการคิดที่ซับซ้อน (Higher ordered/More Complicated Thinking Skill) หมายถึง ทักษะการคิดที่มีขั้นตอนหลายขั้น และต้องอาศัยทักษะการสื่อความหมายและทักษะการ คิดที่เป็นแกนหลายๆทักษะ ในแต่ละชั้น ทักษะการคิดชั้นสูงจึงจะพัฒนาได้เมื่อผู้เรียนได้ผ่านการพัฒนาทักษะการคิดพื้นฐานจนเกิดความชำนาญแล้ว
หลักการประเมินพัฒนาการด้านทักษะการคิด
       การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและความสามารถของเด็กในด้านต่างๆ ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง แล้วนำมาเรียบเรียงอย่างเป็นระบบเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเกี่ยวกับเด็กหรือการจัดประสบการณ์ให้แก่เด็ก
     การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการจัดประสบการณ์ตามปกติในกิจวัตรประจำวัน ครูที่ประเมินอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบจะสามารถใช้หลักสูตรและจัดประสบการณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัย และความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก หลักการประเมินพัฒนาการของเด็ก หลักการประเมินพัฒนาการของเด็กตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 มีดังนี้
1. ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกด้านและนำผลมาพัฒนาเด็ก
2. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี
3. สภาพการประเมินควรมีลักษณะเช่นเดียวกับกิจกรรมประจำวัน
4. ประเมินอย่างเป็นระบบ มีการวางแผนเลือกใช้เครื่องมือ และจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
5. ประเมินตามสภาพจริงด้วยวิธีการหลากหลายเหมาะกับเด็ก รวมทั้งใช้แหล่งข้อมูลหลายๆ ด้าน ไม่ควรใช้การทดสอบ
เทคนิควิธีในการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัยด้านสติปัญญา
1. การสังเกตพฤติกรรมเด็ก (Observation)
    วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลตัวเด็กอย่างไม่เป็นทางการ ใช้รวบรวมพัฒนาการทุกด้าน การสังเกตเป็น การฟัง และการเฝ้าดูพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกตามธรรมชาติ เพื่อทําความเข้าใจ เกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็ก และเพื่อประเมินพัฒนาการเด็ก
2. การสัมภาษณ์ (Interview)
    เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน อาจเกิดขึ้นระหว่างครู-เด็ก ครู-ผู้ปกครอง จะได้ผลดีถ้ามี
ความคุ้นเคยกัน มีประโยชน์ในการทําความเข้าใจเด็ก แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
    1. การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง
    2. การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างหรือไม่เป็นทางการ
    3. การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง - เหมาะกับผู้เริ่มต้นยังไม่มีความชํานาญ
3. การเขียนบันทึกเกี่ยวกับตัวเด็ก (Anecdotes)
    เป็นการเขียนเรื่องราวสั้นๆ เกี่ยวกับตัวเด็ก จากเหตุการณ์ที่มีความหมายต่อครูและเด็ก ครูอาจสังเกตจนกระทั่งเหตุการณ์ผ่านพ้นไปจึงบันทึก หรือจดบันทึกย่อๆ ขณะสังเกต ช่วยให้ครูพัฒนาทักษะการเขียนเรียนรู้เกี่ยวกับตนเองพัฒนาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ของเด็กได้ดีขึ้น มีความเข้าใจเห็นภาพพจน์เด็กที่ตนสอนมากขึ้น
             การประเมิน สรุป และให้ข้อเสนอแนะในการบันทึกคําพูดเด็ก
    1. ความจํากัดทางด้านจํานวนคําศัพท์ การออกเสียงต่างๆ ปัญหาในการออกเสียง การเสนอแนวทางแก้ไข
    2. ความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องราวที่ได้พบเห็น
    3. การบรยายความรู้สึกที่มีต่อสิ่งต่างๆ และบุคคลต่างๆ เช่น ความรู้สึก รัก ชอบ โกรธ เกลียด
    4. ความรู้ ความเข้าใจ ความสนใจ และความประทับใจในบทเรียนหรือเรื่องราวต่างๆ
4. แฟ้มสะสมผลงาน 
              แฟ้มผลงานเด็กหรือ portfolio ถือเป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กที่มีจุดประสงค์และกระทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอแฟ้มผลงานเด็กช่วยให้ตัวเด็กตระหนักถึงประสบการณ์ความพยายามความก้าวหน้าและความสำเร็จของตนเองซึ่งถือเป็นพื้นฐานของการประเมินผลพัฒนาการเด็กและการจัดโปรแกรมการเรียนการสอนต่อไป
            5. การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ / แบบสํารวจรายการ (Checklists)
- ตั้งวัตถุประสงค์ ต้องการศึกษาอะไร
- สร้างแบบสํารวจรายการ โดยใช้ทฤษฎีพัฒนาการเป็นหลัก
- ควรใช้ควบคู่กับแบบสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ
            6. การเขียนบันทึก (Journal)
- เป็นการบันทึกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน อาจเน้นเฉพาะเด็กที่ศึกษา หรือเฉพาะศูนย์การเรียนหนึ่งๆ
- บันทึกความรู้สึก ความคิดเห็นได้
- เป็นการสะท้อนความคิด วิเคราะห์ เหตุการณ์ การกระทําต่างๆ ของตนเอง
            7.สังคมมิติ 
   เทคนิคหรือวิธีการวัดผลวิธีหนึ่งเพื่อต้องการทราบพัฒนาการทางสังคมของบุคคล การใช้สังคมมิติเพื่อการประเมินพัฒนาการทางสังคมของกลุ่ม อาจใช้ในหลายกิจกรรมไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในห้องเรียนหรือจำกัดเฉพาะวงการศึกษาและอาจใช้ได้ในกลุ่มเด็กเล็ก ไปจนถึงผู้ใหญ่ในวงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจ กลุ่มสมาคม กลุ่มการเมือง หรือกลุ่มกิจกรรมชั่วคราว เช่น กลุ่มทัศนศึกษา กลุ่มไปแคมป์กลุ่มลูกเสือเป็นต้น กลุ่มสังคมที่จะใช้ในการสังคมมิติ โดยเฉพาะจะนำไปสร้างภาพแผนผังสังคมมิติไม่ควรจะเป็นกลุ่มใหญ่
8. การใช้แบบทดสอบ (Test)
     การใช้แบบทดสอบเพื่อประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยเป็นวิธีการที่ต้องระมัดระวัง เพราะแบบทดสอบมีอํานาจที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติ การรับรู้ของครูและเด็กที่มีต่อตัวเอง ผู้ทดสอบควรตระหนักถึงจุดมุ่งหมาย หรือจุดประสงค์ของการสอบว่ามีขึ้นเพื่ออะไร
ประเภทของแบบทดสอบ
วรรณวดี ม้าลําพอง (2525 อ้างถึงใน นภเนตร ธรรมบวร2540) แบ่งแบบทดสอบ แบ่งเป็น 3 แบบคือ 1) การทดสอบทางวาจา 2) การทดสอบโดยการใช้แบบทดสอบ (ข้อเขียน) 3) การทดสอบโดยการปฏิบัติ ดวงเดือน ศาสตรภัทร (2537 อ้างถึงใน นภเนตร ธรรมบวร 2540) แบ่งแบบทดสอบออกเป็น 2 แบบ คือ
1. แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น (Teacher-made) มุ่งวัดผลการเรียนการสอนโดยยึดเนื้อหา และ
จุดมุ่งหมายเป็นหลักในการสร้างแบบทดสอบ
2. แบบทดสอบมาตรฐาน (Standard test) สร้างขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านพัฒนาการและ
ผู้เชี่ยวชาญแบบทดสอบโดยเฉพาะ ยึดเนื้อหาและจุดมุ่งหมายของหลักสูตรที่เป็นแกนร่วมของทุกโรงเรียนในประเทศ


รูปภาพการทำกิจกรรม





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แบบประเมิน Blog

  แบบประเมิน Blog คำชี้แจง : การประเมิน Blog ชิ้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย (EECE621304) เพื่อเป็นการแลกเปล...